
สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังจะก้าวเข้าสู่การจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัดอย่างเต็มตัว คุณจะได้ยินชื่อของเอกสารสำคัญฉบับหนึ่งวนเวียนอยู่เสมอ นั่นคือ หนังสือบริคณห์สนธิ เอกสารฉบับนี้ไม่ได้เป็นเพียงแบบฟอร์มที่ต้องกรอกให้ครบถ้วนตามกฎหมายเท่านั้น แต่เป็นเหมือนกับ “ธรรมนูญ” หรือ “สัญญาประชาคม” ฉบับแรกเริ่มของบริษัทที่คุณกำลังจะก่อตั้งขึ้นมาเลยทีเดียว การทำความเข้าใจในรายละเอียดและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องจึงเป็นสิ่งสำคัญลำดับแรกสุดที่คุณต้องใส่ใจก่อนที่จะไปถึงขั้นตอนอื่น ๆ ของการจดทะเบียนบริษัทค่ะ วันนี้ Account Channel PCL จะพาผู้อ่านทุกท่านไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับหนังสือบริคณห์สนธิอย่างรอบด้าน
หนังสือบริคณห์สนธิ คือ?
หนังสือบริคณห์สนธิ คือ ตราสารจัดตั้งบริษัทจำกัดตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดไว้ โดยเป็นเอกสารที่แสดงความต้องการของผู้เริ่มก่อการ (Promoters) ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ที่จะจัดตั้งบริษัทร่วมกัน และถือเป็นหลักฐานสำคัญที่สุดที่ใช้ในการจองชื่อบริษัทและการยื่นจดทะเบียนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) โดยมีเลขประจำแบบฟอร์มที่คุ้นเคยกันในวงการว่า บอจ.2 นั่นเองค่ะ
การจัดทำ หนังสือบริคณห์สนธิ เป็นขั้นตอนบังคับที่ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนที่จะสามารถดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทได้ โดยสาระสำคัญที่บรรจุอยู่ในเอกสารนี้จะบ่งบอกถึงข้อมูลพื้นฐานและโครงสร้างหลักของกิจการทั้งหมด และเมื่อมีการจดทะเบียนแล้ว ข้อมูลใน บอจ.2 นี้จะกลายเป็นข้อมูลสาธารณะที่บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงและตรวจสอบได้ ทำให้มีความน่าเชื่อถือในทางกฎหมายอย่างสูง
หนังสือบริคณห์สนธิ มีความสำคัญอย่างไร?
หนังสือบริคณห์สนธิ เป็นเอกสารที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ได้เป็นเพียงแค่เอกสารยื่นจดทะเบียน แต่เปรียบเสมือน “รากฐานทางกฎหมาย” และ “สัญญาประชาคมฉบับแรก” ของบริษัทจำกัดเลยค่ะ
ความสำคัญหลักของ หนังสือบริคณห์สนธิ สรุปได้ดังนี้
- การมีตัวตนทางกฎหมาย: เป็นหลักฐานที่ประกาศเจตนารมณ์ในการก่อตั้ง ทำให้บริษัทมี “ตัวตน” ในฐานะนิติบุคคล สามารถทำนิติกรรมและมีสิทธิตามกฎหมายได้อย่างสมบูรณ์
- กำหนดขอบเขตอำนาจ: เป็นการระบุ “วัตถุประสงค์” ของบริษัทอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นการกำหนดขอบเขตว่าบริษัทสามารถดำเนินกิจการอะไรได้บ้าง เพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมายหากดำเนินการนอกเหนือขอบเขตที่กำหนด
- สร้างความน่าเชื่อถือ: กำหนดโครงสร้างทางการเงินและเพื่อระบุว่าทุนจดทะเบียนบริษัทควรมีเท่าไหร่ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้า ผู้ลงทุน และสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้อง
กล่าวคือ หนังสือบริคณห์สนธิ คือ การสร้างเสาหลักให้ธุรกิจมีความมั่นคงและดำเนินไปได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายตั้งแต่ก้าวแรกค่ะ
ส่วนประกอบของ หนังสือบริคณห์สนธิ คือ?
การจัดทำ หนังสือบริคณห์สนธิ ต้องอาศัยการรวบรวมข้อมูลที่สำคัญและเป็นความจริงของผู้เริ่มก่อการ โดยส่วนประกอบสำคัญเหล่านี้จะเป็นการประกาศเจตนารมณ์ในการก่อตั้งบริษัทต่อสาธารณะและหน่วยงานราชการ โดยข้อมูลที่ต้องระบุในแบบ บอจ.2 หรือ หนังสือบริคณห์สนธิ ตามกฎหมาย ได้แก่
1. ชื่อบริษัทหรือสำนักงาน
การจะตั้งบริษัทได้ต้องเริ่มต้นจากการมีชื่อที่ผ่านการจองและได้รับการอนุมัติจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ก่อน โดยในส่วนนี้ ผู้เริ่มก่อการจะต้องระบุชื่อบริษัทที่ได้รับอนุมัติแล้วอย่างชัดเจน ทั้งชื่อภาษาไทยและชื่อภาษาอังกฤษ (ถ้ามี) การจองชื่อนี้มีความสำคัญ เพราะชื่อจะเป็นตัวแทนของบริษัทในการทำธุรกิจ และต้องไม่ซ้ำหรือคล้ายคลึงกับชื่อบริษัทอื่นจนอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้
2. วัตถุประสงค์ของบริษัท
ในส่วนของวัตถุประสงค์ จะต้องมีการระบุอย่างละเอียดว่าบริษัทจัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบกิจการประเภทใดบ้าง ซึ่งรวมถึงรายละเอียดของธุรกิจที่จะดำเนินการ ทั้งในปัจจุบันและที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต การระบุวัตถุประสงค์อย่างชัดเจนและครอบคลุมจะช่วยให้บริษัทสามารถประกอบธุรกิจได้อย่างถูกต้องตามกรอบที่กฎหมายกำหนด และทำให้บุคคลภายนอกรับทราบถึงขอบเขตการดำเนินงานของบริษัทได้อย่างชัดเจน
3. ทุนจดทะเบียนและจำนวนการแบ่งหุ้น
นี่คือส่วนที่ระบุถึงจำนวนทุนเรือนหุ้นที่บริษัทต้องการจะจดทะเบียน โดยต้องระบุทั้งจำนวนทุนรวม, มูลค่าหุ้นที่กำหนด (มูลค่าที่ตราไว้ หรือ Par Value) และจำนวนหุ้นทั้งหมดที่แบ่งออก โดยตามกฎหมายปัจจุบัน มูลค่าหุ้นต่อหุ้นต้องไม่ต่ำกว่า 5 บาท การระบุทุนจดทะเบียนเป็นการแสดงถึงศักยภาพและความรับผิดชอบทางการเงินของบริษัท และเป็นพื้นฐานในการคำนวณค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนด้วย
4. ข้อมูลผู้ก่อตั้งหรือผู้เริ่มก่อการ
ผู้เริ่มก่อการ คือ บุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปที่ตกลงกันจัดตั้งบริษัท ในหนังสือบริคณห์สนธิจะต้องมีการระบุรายละเอียดส่วนตัวของผู้เริ่มก่อการทุกคน เช่น ชื่อ-นามสกุล สัญชาติ อาชีพ และที่อยู่ รวมถึงจำนวนหุ้นที่แต่ละคนจะเข้าชื่อซื้อ โดยผู้เริ่มก่อการทุกคนจะต้องลงลายมือชื่อในเอกสารนี้ ซึ่งแสดงถึงเจตนาอันแน่วแน่ในการเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท
5. ลายมือชื่อ พยาน และอากรแสตมป์
ส่วนสุดท้ายนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการทำให้เอกสารมีความสมบูรณ์ทางกฎหมาย โดยผู้เริ่มก่อการทุกคนต้องลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คน พร้อมกับการปิดอากรแสตมป์ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด (ปัจจุบันคือ 50 บาท) เพื่อรับรองความถูกต้องของเอกสาร การมีพยานและการปิดอากรแสตมป์เป็นการยืนยันความชอบด้วยกฎหมายของการจัดทำหนังสือบริคณห์สนธิก่อนนำไปยื่นจดทะเบียนอย่างเป็นทางการ
ขั้นตอนการจัดทำ และการยื่นหนังสือบริคณห์สนธิ
เมื่อทราบแล้วว่า หนังสือบริคณห์สนธิ คือ อะไร และมีส่วนประกอบใดบ้าง ขั้นตอนต่อไปคือการจัดทำและนำไปยื่นต่อหน่วยงานราชการอย่างกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ซึ่งกระบวนการนี้สามารถทำได้ทั้งการจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิแยกต่างหาก หรือจดทะเบียนพร้อมกับการจัดตั้งบริษัทไปเลยในวันเดียวกันก็ได้ โดยมีขั้นตอนหลัก ๆ ที่ผู้เริ่มก่อการต้องทำความเข้าใจดังนี้ค่ะ

1. จองชื่อบริษัทก่อน
ก่อนที่จะสามารถจัดทำ หนังสือบริคณห์สนธิ ได้ ผู้เริ่มก่อการจะต้องดำเนินการจองชื่อนิติบุคคลผ่านระบบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าก่อนเป็นอันดับแรก การจองชื่อนี้สามารถทำได้ทางออนไลน์ (e-Service) ซึ่งระบบจะตรวจสอบความซ้ำซ้อนของชื่อกับบริษัทอื่น และแจ้งผลการอนุมัติผ่านทางอีเมล ชื่อที่ได้รับการอนุมัติแล้ว จะมีผลใช้ได้ภายใน 30 วัน ตามระยะเวลาที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนด โดยคุณต้องนำชื่อนี้ไปใช้ในแบบฟอร์ม บอจ.2 เพื่อดำเนินการจดทะเบียนบริษัทต่อไป
อย่างไรก็ตาม หากคุณดำเนินการผ่านระบบ จดทะเบียนดิจิทัล (DBD Biz Regist) และได้กรอกชื่อที่จองไว้ในระบบเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งเอกสารผ่านการตรวจสอบรอบแรกจากนายทะเบียนแล้ว ชื่อที่จองไว้จะมีอายุการใช้งาน ขยายออกไปเป็น 90 วัน
2. กำหนดข้อมูลที่ต้องกรอก
หลังจากได้ชื่อบริษัทมาแล้ว ขั้นตอนถัดมาคือการประชุมและตกลงร่วมกันของผู้เริ่มก่อการเพื่อกำหนดรายละเอียดทั้งหมดที่จะนำไปกรอกใน หนังสือบริคณห์สนธิ ได้แก่ วัตถุประสงค์ที่ชัดเจน, ทุนจดทะเบียนที่เหมาะสมกับประเภทกิจการ (พร้อมมูลค่าหุ้น), และการระบุข้อมูลส่วนตัวของผู้เริ่มก่อการทุกคนให้ครบถ้วนและถูกต้องตามความเป็นจริง ข้อมูลเหล่านี้จะต้องได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนนำไปพิมพ์ลงในแบบฟอร์ม
3. ยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)
เมื่อจัดทำ หนังสือบริคณห์สนธิ (บอจ.2) พร้อมลายมือชื่อของผู้เริ่มก่อการและพยานเรียบร้อยแล้ว ผู้เริ่มก่อการจะต้องนำเอกสารดังกล่าวไปยื่นจดทะเบียนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) หรือสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าประจำจังหวัด การยื่นจดทะเบียนนี้อาจเป็นการยื่นหนังสือบริคณห์สนธิโดยเฉพาะ เพื่อรอการประชุมจัดตั้งบริษัทต่อไป หรืออาจยื่นพร้อมกับคำขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท (บอจ.3) ภายในวันเดียวกันก็ได้
4. ระยะเวลาและกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด
ตามกฎหมาย การจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจะต้องมีการดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนดหลังจากการจด หนังสือบริคณห์สนธิ ซึ่งโดยปกติแล้วจะต้องมีการจัดประชุมจัดตั้งบริษัท (Statutory Meeting) เพื่อแต่งตั้งกรรมการและดำเนินขั้นตอนอื่นๆ ให้เสร็จสิ้นภายใน 3 เดือนนับจากวันที่มีการจดหนังสือบริคณห์สนธิ หากเกินกำหนดเวลาดังกล่าว หนังสือบริคณห์สนธิ จะเป็นอันยกเลิกไปโดยอัตโนมัติ ทำให้ต้องเริ่มต้นกระบวนการจัดทำใหม่ทั้งหมด
5. ช่องทางการยื่น (ออนไลน์ vs หน่วยงานท้องถิ่น)
ปัจจุบัน ผู้ประกอบการมีความสะดวกอย่างมากในการยื่นจดทะเบียน หนังสือบริคณห์สนธิ และเอกสารอื่น ๆ โดยมี 2 ช่องทางหลัก คือ การยื่นผ่านระบบจดทะเบียนดิจิทัล (DBD Biz Regist) ซึ่งเป็นการยื่นแบบดิจิทัลทั้งหมด หรือการยื่นด้วยตนเองที่สำนักงานของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าส่วนกลาง หรือกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัด การยื่นแบบออนไลน์ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพราะช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้เป็นอย่างดี
ความแตกต่างระหว่าง บอจ.2 บอจ.3 และบอจ.5 คืออะไร?
ในกระบวนการจดทะเบียนบริษัท ผู้ประกอบการมักจะสับสนกับหมายเลขแบบฟอร์มต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บอจ.2, บอจ.3 และ บอจ.5 ซึ่งเอกสารเหล่านี้มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด แต่มีบทบาทที่แตกต่างกันในขั้นตอนการก่อตั้งบริษัท การทำความเข้าใจความแตกต่างของแบบฟอร์มเหล่านี้จะช่วยให้คุณเตรียมเอกสารได้อย่างครบถ้วนและถูกต้อง
บอจ.2 (หนังสือบริคณห์สนธิ)
บอจ.2 คือแบบฟอร์มสำหรับ “หนังสือบริคณห์สนธิ” ซึ่งเป็น “ตราสารแรกเริ่ม” ของบริษัท ดังที่กล่าวไปแล้วในข้างต้น หน้าที่ของ บอจ.2 คือการแสดงเจตนารมณ์ของผู้เริ่มก่อการในการจัดตั้งบริษัท และกำหนดรายละเอียดพื้นฐานของบริษัท เช่น ชื่อ วัตถุประสงค์ และทุนจดทะเบียน โดยเอกสารนี้จะต้องถูกจัดทำขึ้นเป็นลำดับแรกก่อนการจัดตั้งบริษัท หรือจัดทำและยื่นพร้อมกับการจัดตั้งบริษัทในวันเดียวกัน
บอจ.3 (รายการจดทะเบียนจัดตั้ง)
บอจ.3 คือแบบฟอร์ม “รายการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด” ซึ่งเป็นเอกสารที่ใช้ยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทอย่างเป็นทางการต่อ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) หลังจากการจดหนังสือบริคณห์สนธิ และการจัดประชุมจัดตั้งบริษัท (ถ้ามี) บอจ.3 จะรวมข้อมูลสรุปที่สำคัญ เช่น การแต่งตั้งกรรมการบริษัท อำนาจของกรรมการ (ผู้ลงนามผูกพันบริษัท) ที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ และข้อมูลการชำระค่าหุ้นของบริษัท บอจ.2 เปรียบเหมือนพิมพ์เขียว ส่วน บอจ.3 คือใบรับรองการก่อสร้างที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว
บอจ.5 (บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น)
บอจ.5 คือแบบฟอร์มสำหรับ “บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น” ซึ่งเป็นเอกสารที่แสดงรายละเอียดของผู้ที่ถือหุ้นในบริษัททั้งหมด ตั้งแต่ผู้เริ่มก่อการที่เข้าชื่อซื้อหุ้นไปจนถึงผู้ที่เข้าซื้อหุ้นภายหลังการจัดตั้งบริษัท บอจ.5 จะต้องแสดงชื่อ ที่อยู่ สัญชาติ และจำนวนหุ้นที่แต่ละคนถือ บอจ.5 มีความสำคัญในการแสดงโครงสร้างการเป็นเจ้าของและเป็นหนึ่งในเอกสารที่ต้องยื่นพร้อมกับการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท และต้องมีการปรับปรุงและยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลผู้ถือหุ้นทุกครั้ง
คำถาม (FAQs) ที่เกี่ยวข้องกับ หนังสือบริคณห์สนธิ คือ
ผู้ประกอบการมักมีข้อสงสัยบางประการเกี่ยวกับสถานะและบทบาทของ หนังสือบริคณห์สนธิ ในกระบวนการทางธุรกิจ ซึ่งเราได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยและคำตอบที่ถูกต้องเพื่อคลายความเข้าใจผิดต่าง ๆ มาไว้ให้แล้วค่ะ
1. เปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นต้องทําอย่างไร?
หากต้องการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น ไม่ว่าจะมีการโอนหุ้น ขายหุ้น หรือมีการเพิ่ม/ลดจำนวนผู้ถือหุ้น ข้อมูลที่ต้องอัปเดตคือ บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ซึ่งคือแบบฟอร์ม บอจ.5 ค่ะ โดยบริษัทมีหน้าที่ต้องจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นชุดใหม่และยื่นแจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นโดยทั่วไปจะไม่ส่งผลกระทบต่อข้อมูลใน หนังสือบริคณห์สนธิ (บอจ.2) เว้นแต่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงข้อมูลของผู้เริ่มก่อการก่อนที่จะมีการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเสร็จสมบูรณ์
2. หนังสือบริคณห์สนธิ คือ บอจ. อะไร?
หนังสือบริคณห์สนธิ คือ แบบฟอร์ม บอจ.2 ซึ่งเป็นเอกสารพื้นฐานและเป็น “ตราสารจัดตั้ง” ตามที่กฎหมายกำหนด บอจ.2 ถือเป็นเอกสารสำคัญที่สุดในการแสดงเจตจำนงในการก่อตั้งบริษัทและกำหนดรายละเอียดเบื้องต้นก่อนที่จะไปสู่ขั้นตอนการจัดตั้งบริษัทอย่างสมบูรณ์
3. บอจ.2 3 4 5 คืออะไร?
บอจ.2 (หนังสือบริคณห์สนธิ): เอกสารจัดตั้งบริษัท (MoA) ระบุชื่อ วัตถุประสงค์ ทุนจดทะเบียน และผู้เริ่มก่อการ
บอจ.3 (รายการจดทะเบียนจัดตั้ง): เอกสารที่ใช้ยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทอย่างเป็นทางการ รวมถึงข้อมูลกรรมการและอำนาจ
บอจ.4 (รายการแก้ไขเพิ่มเติม): แบบฟอร์มที่ใช้ยื่นแจ้งเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรายการทางทะเบียนของบริษัทหลังการจดทะเบียนจัดตั้ง เช่น แก้ไขที่ตั้งสำนักงานกรรมการ หรือข้อบังคับของบริษัท (ซึ่งการแก้ไข หนังสือบริคณห์สนธิ ก็ต้องใช้แบบฟอร์มนี้เช่นกัน)
บอจ.5 (บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น): เอกสารที่แสดงรายละเอียดโครงสร้างความเป็นเจ้าของและรายชื่อผู้ถือหุ้นทั้งหมดของบริษัท
สรุป
หนังสือบริคณห์สนธิ คือ หัวใจและรากฐานของการจดทะเบียนบริษัทจำกัด ที่ผู้ประกอบการทุกคนต้องทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง มันเป็นมากกว่าเอกสาร แต่เป็นสัญญาประชาคมที่กำหนดตัวตน ขอบเขตอำนาจ และโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินของกิจการ หากคุณสามารถเตรียม หนังสือบริคณห์สนธิ (บอจ.2) ได้อย่างถูกต้องครบถ้วนตามส่วนประกอบที่กฎหมายกำหนด และดำเนินการตามขั้นตอนการยื่นที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการยื่นแบบออนไลน์หรือหน่วยงานท้องถิ่น ก็เท่ากับว่าคุณได้ผ่านด่านแรกที่สำคัญที่สุดในการเริ่มต้นธุรกิจไปแล้วอย่างมั่นคง
การมีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและบัญชีมาช่วยตรวจสอบตั้งแต่ขั้นตอนการจัดทำและยื่นหนังสือบริคณห์สนธิจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดข้อผิดพลาดและทำให้กระบวนการจดทะเบียนบริษัทของคุณรวดเร็วและราบรื่นยิ่งขึ้น หากคุณกำลังมองหาพาร์ทเนอร์ที่พร้อมดูแลเรื่องการเปิดบริษัทอย่างครบวงจร ทาง Account Channels PCL เรามีผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในการให้บริการเปิดบริษัท บริการทำบัญชี และบริการตรวจสอบบัญชีครบวงจรมากกว่า 17 ปี ที่พร้อมจะช่วยให้ธุรกิจของคุณเริ่มต้นได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายและพร้อมสำหรับการเติบโตในอนาคต
Call Center: 1611 หรือ 1493
โทร: 02-959-8888 (100 คู่สาย)
มือถือ: 093-879-8888
LINE Official Account: @account_info
Facebook: จดทะเบียนบริษัท และทำบัญชี Account Channels PCL
Instagram: https://www.instagram.com/accountchannels_pcl
LINE: https://page.line.me/xwj0203b?openQrModal=true
สำนักงานตั้งอยู่ที่ 135/5 อาคารอมรพันธุ์ 205 ทาวเวอร์ 2 ชั้น 6 ซอยนาทอง (รัชดาภิเษก 7) แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร