
เคยสงสัยไหมว่า ทำไมบางรายจ่ายที่บริษัทจ่ายออกไปจริง ๆ กลับไม่สามารถนำมาหักภาษีได้? หรือบางทีก็งงว่า ทำไมนักบัญชีถึงบอกว่าค่าใช้จ่ายนี้ “บวกกลับ” ก่อนคำนวณภาษี ทั้งที่เราจ่ายเงินออกไปจริง ๆ แล้ว นั่นแหละคือสัญญาณว่าคุณกำลังเจอกับสิ่งที่เรียกว่า ‘รายจ่ายต้องห้าม’ ซึ่งถ้าไม่เข้าใจให้ดี อาจทำให้เสียภาษีเพิ่ม หรือโดนสรรพากรเรียกตรวจได้
ทำความเข้าใจ “รายจ่ายต้องห้าม” คืออะไร?
รายจ่ายต้องห้าม คือรายจ่ายที่กฎหมายภาษีเงินได้นิติบุคคลกำหนดว่า ไม่อนุญาตให้นำมาหักเป็นค่าใช้จ่าย ในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษี ตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร แม้บริษัทจะจ่ายเงินออกไปจริง แต่กฎหมายถือว่ารายจ่ายเหล่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับการหารายได้หรือไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
สาเหตุที่ต้อง “บวกกลับ” นั้น เพราะในทางบัญชีบริษัทอาจบันทึกรายจ่ายเหล่านี้เป็นต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายตามปกติ แต่เมื่อถึงเวลายื่น ภาษีเงินได้นิติบุคคล จะต้องนำรายจ่ายต้องห้ามเหล่านั้นกลับมาบวกเข้ากับกำไรสุทธิทางภาษีอีกครั้ง เพื่อให้ฐานในการคำนวณภาษีถูกต้องตามกฎหมาย เรื่องนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการยื่น ภ.ง.ด.50 ด้วย หากอยากทำความเข้าใจ ภ.ง.ด.50 ให้ครบ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้เลย
10 ค่าใช้จ่ายต้องห้ามมีอะไรบ้าง?
หลายคนถามว่า ค่าใช้จ่ายต้องห้ามมีอะไรบ้าง? คำตอบคือมีหลายประเภทที่พบบ่อยในการดำเนินธุรกิจ มาดูกัน 10 รายการหลักที่เจ้าของกิจการต้องระวัง
1. รายจ่ายส่วนตัวและการให้โดยเสน่หา
รายจ่ายที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกิจการโดยตรง เช่น ค่าอาหาร ค่าเที่ยว หรือของขวัญส่วนตัวที่กรรมการหรือผู้บริหารจ่ายเพื่อประโยชน์ส่วนตน ล้วนถูกจัดอยู่ในกลุ่มนี้ทั้งสิ้น กฎหมายมองว่าการจ่ายเหล่านี้ไม่ได้ทำให้บริษัทมีรายได้เพิ่มขึ้น จึงไม่อนุญาตให้หักได้
2. ค่ารับรองลูกค้าส่วนที่เกินโควตา
ค่ารับรองลูกค้า (Entertainment) นำมาหักได้แต่มีเพดาน คือ ไม่เกิน 0.3% ของรายได้หรือทุนชำระแล้ว แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า และต้องไม่เกิน 2,000 บาทต่อคนต่อครั้ง ส่วนที่เกินถือเป็น ค่าใช้จ่ายต้องห้าม ทันที
3. ค่าใช้จ่ายที่ไม่มีหลักฐานผู้รับเงิน
จ่ายเงินออกไปแล้ว แต่ไม่มีใบเสร็จรับเงิน ไม่มีชื่อ-ที่อยู่ผู้รับ หรือเอกสารไม่ครบถ้วน เช่น ใบเสร็จที่ไม่ระบุชื่อบริษัทผู้ซื้อ หรือมีแค่ใบส่งของแต่ไม่มีใบเสร็จ รายจ่ายเหล่านี้จะถูกปฏิเสธและต้องบวกกลับทั้งหมด
4. รายจ่ายที่ไม่ได้ใช้เพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยตรง
กฎหมายกำหนดชัดว่ารายจ่ายต้องมีความเชื่อมโยงกับการดำเนินธุรกิจและการหารายได้ ถ้าจ่ายไปเพื่อวัตถุประสงค์อื่น เช่น สนับสนุนกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจ ก็ถือเป็น รายจ่ายต้องห้าม เช่นกัน
5. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนจ่ายไป
สำหรับบริษัทที่จดทะเบียน VAT แล้ว ภาษีซื้อ (Input Tax) ที่จ่ายไปนั้นจะนำไปเครดิตคืนได้ในระบบ VAT อยู่แล้ว ดังนั้นจึงห้ามนำมาบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีเงินได้ด้วย หากอยากรู้ว่าภาษีซื้อต้องห้ามคืออะไรและมีกรณีใดบ้างที่ใช้เครดิตไม่ได้ แนะนำให้อ่านเพิ่มเติมโดยตรง
6. เบี้ยปรับและเงินเพิ่มทางภาษี รวมถึงค่าปรับจราจร
ค่าปรับ เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มที่เกิดจากการยื่นภาษีล่าช้า หรือค่าปรับจราจรต่างๆ กฎหมายถือว่าเป็นผลจากความผิดพลาด ไม่ใช่ต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ จึงไม่อนุญาตให้หักได้เด็ดขาด
7. เงินเดือนกรรมการส่วนที่จ่ายสูงเกินควร
เงินเดือนกรรมการสามารถหักได้ แต่ต้องสมเหตุสมผลตามมาตรฐานตลาดและสัดส่วนของธุรกิจ หากจ่ายสูงผิดปกติโดยไม่มีเหตุผลทางธุรกิจที่ชัดเจน สรรพากรอาจตั้งคำถามและถือว่าส่วนที่เกินเป็น ค่าใช้จ่ายต้องห้าม ได้
8. รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นเงินทุน
การซื้อสินทรัพย์ถาวร เช่น เครื่องจักร รถยนต์ หรืออาคาร ไม่สามารถบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายได้ทั้งก้อนในปีที่ซื้อ แต่ต้องทยอยตัดเป็น ค่าเสื่อมราคา ตามอายุการใช้งานที่กำหนด หากนำมาบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทั้งจำนวนในครั้งเดียว ส่วนที่เกินค่าเสื่อมที่หักได้ในปีนั้นจะกลายเป็น รายจ่ายต้องห้าม ทันที
9. รายจ่ายที่กำหนดขึ้นเองโดยไม่มีการจ่ายจริง
การตั้งสำรองต่างๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย เช่น สำรองหนี้สงสัยจะสูญเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด หรือสำรองค่าซ่อมบำรุงล่วงหน้าที่ยังไม่เกิดขึ้น ถือเป็นรายจ่ายที่ไม่มีการจ่ายเงินจริง กฎหมายจึงไม่ยอมรับให้หักได้
10. รายจ่ายที่จ่ายให้กับบริษัทแม่หรือในเครือโดยไม่มีข้อตกลงที่เหมาะสม
การจ่ายค่าธรรมเนียมบริหาร ค่า Royalty หรือค่าบริการระหว่างบริษัทในกลุ่ม ต้องมีสัญญาที่ชัดเจน อัตราที่เป็นธรรมตามราคาตลาด (Arm’s Length) และเอกสารประกอบที่ครบถ้วน มิฉะนั้นสรรพากรอาจปฏิเสธรายจ่ายส่วนนั้นทั้งหมด
ความแตกต่างที่ต้องรู้: “ค่าใช้จ่ายต้องห้าม” vs “ภาษีซื้อต้องห้าม”
คนมักสับสนระหว่างสองคำนี้ ขอสรุปสั้น ๆ ว่า ค่าใช้จ่ายต้องห้าม เป็นเรื่องของ ภาษีเงินได้นิติบุคคล คือรายจ่ายที่ไม่สามารถนำมาหักในการคำนวณกำไรสุทธิ ส่วน ภาษีซื้อต้องห้าม อยู่ในระบบ VAT คือภาษีซื้อที่ไม่สามารถนำไปเครดิตหักกับภาษีขายได้ ทั้งสองระบบทำงานแยกจากกัน แต่ผู้ประกอบการที่จดทะเบียน VAT ต้องดูแลทั้งสองส่วนพร้อมกัน เรื่องนี้ถือเป็นหนึ่งในภาษีที่ผู้ประกอบการต้องรู้ก่อนเริ่มกิจการ

3 เทคนิคเปลี่ยนค่าใช้จ่ายต้องห้ามให้เป็นรายจ่ายที่หักภาษีได้ถูกต้อง
ข่าวดีคือหลายรายการที่เคยเป็น ค่าใช้จ่ายต้องห้าม สามารถ “เปลี่ยน” ให้กลายเป็นรายจ่ายที่ถูกต้องตามกฎหมายได้ หากวางแผนอย่างรัดกุม
- ทำระเบียบสวัสดิการพนักงานให้ชัดเจน รายจ่ายหลายอย่าง เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง หรือค่าอุปกรณ์ที่พนักงานใช้ จะสามารถหักได้หากมีระเบียบสวัสดิการเป็นลายลักษณ์อักษร กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ชัดเจน มีผู้มีอำนาจอนุมัติ และใช้กับพนักงานอย่างเท่าเทียม
- ใช้ใบรับรองแทนใบเสร็จรับเงินในกรณีที่จ่ายจริงแต่ไม่มีบิล กรณีจ่ายค่าใช้จ่ายปลีกย่อยที่ผู้รับไม่สามารถออกใบเสร็จได้ สามารถใช้ “ใบรับรองการจ่ายเงิน” ที่มีลายเซ็นผู้รับและรายละเอียดครบถ้วนมาเป็นหลักฐานแทนได้ในบางกรณี อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการใช้วิธีนี้บ่อยครั้งหรือกับจำนวนเงินสูง
- ตรวจสอบเอกสารก่อนรับมอบเพื่อให้เป็นรายจ่ายที่สมบูรณ์ เมื่อรับใบเสร็จหรือใบกำกับภาษีจากคู่ค้า ควรตรวจสอบทันทีว่ามีชื่อ-ที่อยู่ของบริษัทครบถ้วน มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีถูกต้อง และรายละเอียดสินค้าหรือบริการตรงกับความเป็นจริง อย่าปล่อยให้ผ่านไปแล้วค่อยแก้ทีหลัง เพราะเอกสารที่ไม่ถูกต้องแก้ยากมากเมื่อเวลาผ่านไป
สรุป
รายจ่ายต้องห้าม ตามมาตรา 65 ตรี คือรายจ่ายที่กฎหมายไม่อนุญาตให้นำมาหักในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล ไม่ว่าจะจ่ายเงินออกไปจริงหรือไม่ก็ตาม ทั้ง 10 ประเภทที่กล่าวมา ตั้งแต่รายจ่ายส่วนตัว ค่ารับรองเกินโควตา ไปจนถึงค่าใช้จ่ายที่ขาดหลักฐาน ล้วนเป็นจุดที่สรรพากรให้ความสนใจเป็นพิเศษ หากจัดการเอกสารและวางแผนภาษีได้ดี โอกาสถูกตรวจสอบย้อนหลังก็น้อยลงมาก
หากไม่อยากปวดหัวกับเรื่องเหล่านี้คนเดียว การใช้บริการบริษัทรับทำบัญชีที่มีประสบการณ์อย่าง Account Channels PCL จะช่วยให้มั่นใจได้ว่ารายจ่ายทุกรายการถูกบันทึกอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และพร้อมรับการตรวจสอบได้ตลอดเวลา
ติดต่อเราที่:
- โทร: 1611 หรือ 1493
- Email: [email protected]
- สาขาหลัก: 135/5 อาคารอมรพันธุ์ 205 ทาวเวอร์ 2 ชั้น 6 ซอยนาทอง (รัชดาภิเษก 7) ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400
หรือติดตามเราได้ทาง LINE, Facebook, Instagram, TikTok, YouTube