เปิดบริษัท ใช้เงินเท่าไหร่? รู้จักทุนจดทะเบียน ค่าธรรมเนียม ภาษี และค่าใช้จ่ายในการบริหาร

เปิดบริษัท ใช้เงินเท่าไหร่

การตัดสินใจเปิดบริษัทถือเป็นก้าวสำคัญของนักธุรกิจทุกคน แต่คำถามแรกที่ผู้ประกอบการมักถามเสมอคือ 

“เปิดบริษัท ใช้เงินเท่าไหร่” คำตอบไม่ได้มีแค่ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนอย่างเดียว แต่ยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ต้องเตรียมพร้อม ไม่ว่าจะเป็นทุนจดทะเบียนบริษัท ภาษีประจำปี ค่าบริการทำบัญชี และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่หลายคนมักมองข้าม บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจค่าใช้จ่ายทั้งหมดอย่างละเอียด พร้อมตัวอย่างการคำนวณที่ชัดเจน เพื่อให้คุณวางแผนงบประมาณได้อย่างมั่นใจและไม่พลาดทุกรายละเอียดสำคัญ

เปิดบริษัท ใช้เงินเท่าไหร่

สรุปค่าใช้จ่ายหลักในการเปิดบริษัท

ก่อนเข้าสู่รายละเอียดในแต่ละหัวข้อ เรามาดูภาพรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่คุณต้องเตรียมพร้อมในการเปิดบริษัทกันก่อน

รายการค่าใช้จ่ายจำนวนเงิน (โดยประมาณ)
ทุนจดทะเบียนบริษัทขั้นต่ำ 10 บาท (แนะนำ 100,000 – 5,000,000 บาท)
ทุนชำระแล้ว (25% ของทุนจดทะเบียน)25,000 – 1,250,000 บาท
ค่าธรรมเนียมจดหนังสือบริคณห์สนธิ500 บาท
กรณีเอกสารประกอบคำขอจดทะเบียนพร้อมนายทะเบียนลงลายมือชื่อหน้าละ 50 บาท
ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท5,000 บาท
ค่าอากรแสตมป์200 บาท
ค่าทำบัญชีรายเดือน1,500 – 5,000 บาท/เดือน
ค่าสอบบัญชี (CPA)8,000 – 20,000 บาท/ปี
Package จดทะเบียนแบบครบวงจร (Account Channels PCL)6,666 บาท (ราคาคงที่)

1. ทุนจดทะเบียน

ทุนจดทะเบียนบริษัทคือจำนวนเงินที่ผู้ถือหุ้นตกลงที่จะลงทุนในบริษัท ซึ่งจะถูกระบุไว้ในหนังสือบริคณห์สนธิ และใช้เป็นมูลค่าหุ้นของบริษัท ตามกฎหมายทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ คือเท่าไหร่? คำตอบคือเพียง 10 บาท เท่านั้น แต่ในทางปฏิบัติ การตั้งทุนจดทะเบียนควรพิจารณาตามประเภทของธุรกิจและแผนการดำเนินงานของคุณ

สิ่งสำคัญที่ต้องจำคือ ทุนจดทะเบียนหุ้น ต้องชำระแล้วอย่างน้อย 25% ของทุนที่ตั้งไว้ ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณตั้งทุนจดทะเบียน 1 ล้าน ต้องมีเงินจริง ๆ อย่างน้อย 250,000 บาท นำเข้าบัญชีบริษัทภายในเวลาที่กำหนด

บริษัทขนาดเล็ก ควรมีทุนจดทะเบียนเท่าไหร่?

สำหรับธุรกิจขนาดเล็กหรือผู้ประกอบการรายใหม่ เช่น Freelancer, Content Creator หรือผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัว แนะนำให้ตั้งทุนจดทะเบียน 100,000 – 500,000 บาท ซึ่งเหมาะกับธุรกิจที่ไม่ต้องการเงินลงทุนสูง มีความยืดหยุ่น และไม่ซับซ้อนในการบริหารจัดการ ทุนในระดับนี้ช่วยให้คุณสามารถเริ่มต้นได้ง่าย มีต้นทุนในการดำเนินการต่ำ และเหมาะสำหรับการทดสอบตลาด

บริษัทขนาดกลาง ควรมีทุนจดทะเบียนเท่าไหร่?

บริษัทที่ต้องการขยายธุรกิจ รับงานจากภาครัฐหรือเอกชนขนาดใหญ่ หรือต้องการสร้างความน่าเชื่อถือกับคู่ค้า แนะนำให้ตั้งทุนจดทะเบียน 1 – 3 ล้านบาท ทุนในระดับนี้ทำให้บริษัทดูมีศักยภาพมากขึ้น เหมาะกับการเข้าร่วมประมูลงาน การขอสินเชื่อธนาคาร หรือการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ

บริษัทขนาดใหญ่ ควรมีทุนจดทะเบียนเท่าไหร่?

สำหรับธุรกิจที่ต้องการขอสินเชื่อจำนวนมาก ลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ หรือสร้างความเชื่อมั่นสูงสุดให้กับนักลงทุน แนะนำให้ตั้งทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาทขึ้นไป ทุนในระดับนี้เหมาะกับธุรกิจ Startup ที่กำลังหาผู้ลงทุน หรือบริษัทที่ต้องการเข้าตลาดหลักทรัพย์ในอนาคต

2. ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนบริษัท

หลังจากตัดสินใจเรื่องทุนจดทะเบียนแล้ว สิ่งถัดไปที่ต้องเตรียมคือค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ในการจดทะเบียนบริษัท ซึ่งคำนวณตามทุนจดทะเบียนที่คุณกำหนดไว้

ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ

หนังสือบริคณห์สนธิเป็นเอกสารแรกที่ต้องยื่นในการจดทะเบียนบริษัท โดยมีค่าธรรมเนียมคงที่ 500 บาท ไม่ขึ้นกับจำนวนทุนจดทะเบียน

ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด

หลังจากจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิแล้ว จะต้องจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด ซึ่งมีค่าธรรมเนียม 5,000 บาทต่อบริษัท

ค่าอากรแสตมป์และค่าธรรมเนียมอื่น ๆ

ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ ค่าหนังสือรับรอง รายการละ 40 บาท ค่าใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน ฉบับละ 100 บาท และค่ารับรองสำเนาเอกสารคำขอจดทะเบียน หน้าละ 50 บาท ขึ้นอยู่กับจำนวนเอกสารที่ต้องใช้ค่ะ

หากคุณไม่อยากปวดหัวกับขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัทที่ยุ่งยาก Account Channels PCL มี Package จดทะเบียนแบบครบวงจรในราคาคงที่ 6,666 บาท ไม่มีค่าใช้จ่ายซ่อนเร้น รวมค่าธรรมเนียมทั้งหมด ค่าจัดส่งเอกสาร และยังมีทีมบัญชีดูแลต่อได้ทันทีหลังจดเสร็จอีกด้วย

3. ภาษี

หลังจากเปิดบริษัทแล้ว สิ่งที่หลายคนมักลืมคำนวณไว้ล่วงหน้าคือภาระภาษีที่บริษัทต้องรับผิดชอบ ซึ่งมีทั้งภาษีรายปีและรายเดือน

ภาษีรายปี (ภาษีเงินได้นิติบุคคล)

ภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นภาษีที่คำนวณจากกำไรสุทธิของบริษัท อัตราภาษีปัจจุบันอยู่ที่ 20% สำหรับบริษัทที่มีกำไรเกิน 300,000 บาท และมีอัตราที่ต่ำกว่าสำหรับกำไรที่น้อยกว่า 

ตัวอย่าง: กําไร 1 ล้าน เสียภาษีเท่าไหร่? ภาษีที่ต้องชำระ ≈ 200,000 บาท (คำนวณจากอัตราภาษี 20%) แต่อาจมีค่าใช้จ่ายที่หักลดหย่อนได้ตามกฎหมาย

ภาษีรายเดือน

นอกจากภาษีรายปี บริษัทยังต้องรับผิดชอบภาษีรายเดือนอีกหลายประเภท

  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) – เมื่อบริษัทจ่ายค่าบริการหรือเงินเดือนให้กับบุคคลหรือนิติบุคคล ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ก่อน (โดยทั่วไป 3% สำหรับค่าบริการ และ 1% สำหรับค่าเช่า) จากนั้นนำส่งกรมสรรพากรภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) – ถ้าบริษัทของคุณมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี จะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) และยื่นรายการทุกเดือน

4. ค่าใช้จ่ายการบริหารจัดการที่ต้องวางแผน

หลังจากที่บริษัทจดทะเบียนเสร็จสิ้นแล้ว ค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจจริง ๆ จะเริ่มต้นขึ้น และนี่คือสิ่งที่หลายคนมักประเมินต่ำเกินไป

ค่าบริการทางวิชาชีพ

ตามกฎหมาย บริษัทจำกัดทุกแห่งต้องจัดทำบัญชีและมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ตรวจสอบงบการเงินประจำปี

  • ค่าทำบัญชีรายเดือน – ขึ้นอยู่กับปริมาณธุรกรรมและความซับซ้อน โดยทั่วไปอยู่ที่ 1,500 – 5,000 บาท/เดือน สำหรับธุรกิจขนาดเล็กถึงกลาง ถ้าธุรกรรมเยอะ อาจสูงถึง 8,000 – 15,000 บาท/เดือน
  • ค่าสอบบัญชี (Audit Fee) – บริษัททุกแห่งต้องให้ CPA ตรวจสอบงบการเงินประจำปี ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 8,000 – 20,000 บาท/ปี สำหรับบริษัทขนาดเล็ก และสูงขึ้นตามขนาดธุรกิจ

ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรและสวัสดิการ (เงินเดือนกรรมการ, ประกันสังคม)

ถ้าบริษัทของคุณมีพนักงาน คุณต้องคำนวณค่าใช้จ่ายเหล่านี้ด้วย

  • เงินเดือนและค่าจ้าง – รวมถึงเงินเดือนกรรมการ (ถ้ามี) ซึ่งสามารถใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการหักลดหย่อนภาษีได้
  • ประกันสังคม – บริษัทต้องจ่ายสมทบประกันสังคม 5% ของเงินเดือนพนักงาน (ไม่เกิน 750 บาท/คน/เดือน)
  • สวัสดิการอื่น ๆ – เช่น โบนัส ค่ารักษาพยาบาล กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ขึ้นอยู่กับนโยบายของบริษัท

ตัวอย่างการคำนวณค่าใช้จ่ายในการเปิดบริษัท

มาดูตัวอย่างการคำนวณค่าใช้จ่ายจริง ๆ ให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น สมมติคุณต้องการเปิดบริษัทขนาดเล็กด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท

เปิดบริษัท ใช้เงินเท่าไหร่

ค่าใช้จ่ายเริ่มต้น (ครั้งเดียว)

  • ทุนชำระแล้ว 25% = 250,000 บาท
  • ค่าธรรมเนียมจดหนังสือบริคณห์สนธิ = 500 บาท
  • ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท = 5,000 บาท
  • ค่าหนังสือรับรองและเอกสารที่เกี่ยวข้อง (ประมาณ) = 500 บาท
  • รวมค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนประมาณ = 6,000 บาท

ค่าใช้จ่ายประจำปีแรก

  • ค่าทำบัญชีรายเดือน (2,500 บาท × 12 เดือน) = 30,000 บาท
  • ค่าสอบบัญชี CPA = 12,000 บาท
  • ภาษีเงินได้นิติบุคคล (สมมติกำไร 500,000 บาท) = 100,000 บาท
  • รวมค่าใช้จ่ายปีแรก = 142,000 บาท (ไม่รวมทุนชำระแล้ว)

ถ้าใช้บริการ Package ของ Account Channels PCL คุณจะประหยัดเวลาและต้นทุนในการเดินเอกสารด้วยตัวเอง พร้อมความมั่นใจว่าทุกขั้นตอนถูกต้องตามกฎหมาย

คำถามพบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับ เปิดบริษัท ใช้เงินเท่าไหร่?

หลังจากที่เราได้พูดถึงรายละเอียดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการเปิดบริษัทกันไปแล้ว เรารู้ว่าหลายคนยังมีคำถามเพิ่มเติมที่อยากทำความเข้าใจให้ชัดเจนมากขึ้น เราจึงรวบรวมคำถามที่ผู้ประกอบการมักถามบ่อยที่สุดมาตอบให้คุณได้อ่านกัน

1. รายได้เท่าไรควรเปิดบริษัท?

ไม่มีกฎตายตัว แต่โดยทั่วไป ถ้ารายได้ของคุณอยู่ที่ 500,000 บาท/ปีขึ้นไป และต้องการประโยชน์ทางภาษี ความน่าเชื่อถือในการทำธุรกิจ หรือต้องการรับงานจากหน่วยงานราชการ ควรพิจารณาจดทะเบียนบริษัท นอกจากนี้ หากคุณเป็น Freelancer หรือ Content Creator ที่เริ่มมีรายได้เป็นกอบเป็นกำแล้ว การจดบริษัทจะช่วยให้คุณบริหารภาษีได้ดีขึ้นและสร้างความเป็นมือโปรในสายตาลูกค้า

2. เงินทุนจัดตั้งบริษัทควรมีเท่าไหร่?

เงินทุนจัดตั้งบริษัทควรรวมทั้ง (1) ทุนชำระแล้วอย่างน้อย 25% ของทุนจดทะเบียน (2) ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนและค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด ประมาณ 10,000 – 15,000 บาท (หรือ 6,666 บาทถ้าใช้ Package แบบครบวงจร) และ (3) เงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน 3-6 เดือนแรก รวมแล้วแนะนำให้เตรียมเงินไม่ต่ำกว่า 300,000 – 500,000 บาท สำหรับบริษัทขนาดเล็ก

3. จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทกี่บาท?

ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทมีค่าใช้จ่ายหลัก ได้แก่ ค่าจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ 500 บาท และค่าจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทจำกัด 5,000 บาท นอกจากนี้อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าหนังสือรับรอง รายการละ 40 บาท ค่าใบสำคัญแสดงการจดทะเบียน ฉบับละ 100 บาท และค่ารับรองสำเนาเอกสาร หน้าละ 50 บาท ขึ้นอยู่กับเอกสารที่ต้องใช้ หรือถ้าใช้ Package ครบวงจรจาก Account Channels PCL เพียง 6,666 บาทเท่านั้น

4. ทุนจดทะเบียน 1 ล้าน ต้องมีเงินเท่าไหร่?

ถ้าคุณตั้งทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท คุณต้องมีเงินจริงอย่างน้อย 250,000 บาท (25% ของทุนจดทะเบียน) สำหรับนำเข้าบัญชีบริษัทเป็นทุนชำระแล้ว ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เงินส่วนที่เหลืออีก 750,000 บาทสามารถเรียกชำระในภายหลังได้ตามที่บริษัทต้องการ

5. ทุนจดทะเบียน 5 ล้าน เป็น SME ไหม?

SME (วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม) ไม่ได้พิจารณาแค่ทุนจดทะเบียนอย่างเดียว แต่ดูทั้งรายได้ต่อปีและจำนวนพนักงาน ตามเกณฑ์ของสำนักงานส่งเสริม SMEs โดยทั่วไป SME ในภาคการผลิตมีรายได้ไม่เกิน 500 ล้านบาท ส่วนภาคบริการและค้าปลีกไม่เกิน 300 ล้านบาท ดังนั้นทุนจดทะเบียน 5 ล้านยังถือเป็น SME ได้ ถ้ารายได้และจำนวนพนักงานไม่เกินเกณฑ์

6. กําไร 1 ล้าน เสียภาษีเท่าไหร่?

ถ้าบริษัทของคุณมีกำไรสุทธิ 1 ล้านบาท อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลคือ 20% ดังนั้นภาษีที่ต้องชำระคือ 200,000 บาท อย่างไรก็ตาม คุณสามารถหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการได้ตามกฎหมาย เช่น เงินเดือนพนักงาน ค่าเช่า ค่าทำบัญชี ทำให้กำไรสุทธิที่ต้องเสียภาษีลดลง การวางแผนภาษีที่ดีจึงช่วยลดภาระภาษีได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

7. ทุนจดทะเบียน VS ทุนชำระแล้ว ต่างกันอย่างไร?

ทุนจดทะเบียนคือจำนวนเงินทุนที่ระบุไว้ในหนังสือจดทะเบียน คือ เงินทุนที่ผู้ก่อตั้งบริษัทตกลงกันและระบุไว้ในหนังสือบริคณห์สนธิเพื่อแจ้งต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นเสมือนมูลค่าหุ้นทั้งหมดที่บริษัทกำหนดไว้ เพื่อแสดงศักยภาพและความน่าเชื่อถือ ส่วนทุนชำระแล้วคือเงินจริงที่ผู้ถือหุ้นนำมาชำระเข้าบริษัทแล้ว ตามกฎหมายกำหนดให้ชำระอย่างน้อย 25% ของทุนจดทะเบียน ตัวอย่าง: ถ้าทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท ทุนชำระแล้วขั้นต่ำคือ 500,000 บาท ส่วนที่เหลือ (1.5 ล้านบาท) เป็นทุนที่ค้างชำระซึ่งสามารถเรียกชำระภายหลังได้

สรุป

การเปิดบริษัทไม่ใช่แค่เรื่องของค่าธรรมเนียมจดทะเบียนเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องคำนึงถึงทุนจดทะเบียนบริษัท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ภาษีต่าง ๆ และค่าบริการทางวิชาชีพอย่างค่าทำบัญชีและค่าสอบบัญชี การวางแผนงบประมาณอย่างรอบคอบจะช่วยให้คุณเริ่มต้นธุรกิจได้อย่างมั่นใจและยั่งยืน

หากคุณพร้อมที่จะเปิดบริษัท Account Channels PCL พร้อมดูแลคุณตั้งแต่ขั้นตอนการจดทะเบียนไปจนถึงการทำบัญชีอย่างครบวงจร ด้วยราคาคงที่ 6,666 บาท ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม พร้อมทีมบัญชีมืออาชีพที่พร้อมให้คำปรึกษาฟรี

ติดต่อเราที่:

  • โทร: 1611 หรือ 1493
  • Email: [email protected]
  • สาขาหลัก: 135/5 อาคารอมรพันธุ์ 205 ทาวเวอร์ 2 ชั้น 6 ซอยนาทอง (รัชดาภิเษก 7) ถนนรัชดาภิเษก แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400

หรือติดตามเราได้ทาง LINE, Facebook, Instagram, TikTok, YouTube

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *